ภาพปกวิธีสร้างเป้าหมายระยะยาวในการเทรด Forex และพิชิตเป้าหมายตามสไตล์การลงทุนของเรา
ถ้าอยากประสบความสำเร็จในชีวิต สิ่งสำคัญก็คือการมีหมุดหมายปลายทางที่เราต้องการเดินทางไป และถ้ามันชัดเจนมาก เราก็พร้อมที่จะฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อที่จะไปถึงปลายทางนั้นให้ได้ การเทรดก็เช่นเดียวกัน ถ้าอยากประสบความสำเร็จ อยากก้าวไปเป็นเทรดเดอร์ที่สร้างกำไรได้อย่างยั่งยืนในตลาด Forex สิ่งที่จะขาดไม่ได้ก็คือเป้าหมาย บทความนี้จะพาเพื่อนๆเทรดเดอร์มือใหม่ไปเรียนรู้การตั้งเป้าหมายระยะยาวที่ไม่เพ้อฝัน ไปพร้อม ๆ กับแนวทางการก้าวผ่านอุปสรรคเพื่อพิชิตเป้าหมายนั้น ผ่านหัวข้อดังต่อไปนี้
- สร้างเป้าหมายเท่ากับสร้างแรงจูงใจ
- การสร้างเป้าหมายในการเทรดที่ทำได้จริงควรเป็นอย่างไร
- วิธีการสร้างเป้าหมายในการเทรดระยะยาว และพิชิตเป้าหมายให้ได้ดั่งใจ
สร้างเป้าหมายเท่ากับสร้างแรงจูงใจ
ภาพสรุปการตั้งเป้าระยะยาวที่ดี
ไหนใครกำลังเทรด Forex แล้วรู้สึกตัวเองยังย่ำอยู่กับที่ ยังไม่สามารถปั้นพอร์ตให้เติบโตได้ ต้องเติมเงินอยู่เสมอเมื่อพอร์ตแตก เรียนรู้ได้ไม่นานก็รู้สึกท้อ รู้สึกผิดหวังเมื่อมองคนรอบข้างประสบความสำเร็จ สาเหตุที่เพื่อนๆเทรดเดอร์เป็นแบบนี้อาจจะเป็นเพราะเพื่อนๆเทรดเดอร์ยังไม่มีเป้าหมายในการเทรด หรือว่าเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้เป็นความฝันที่ไม่สามารถคว้ามาได้ ดังนั้นการสร้างเป้าหมายเพื่อสร้างแรงจูงใจควรเป็นเป้าหมายที่ยากเหมือนกับเป็นเพียงฝัน แต่ถ้าได้ลองพยายามก็คว้ามาได้ สร้างเป้าหมายให้มีความท้าทายบ้างช่วยรักษาแรงบันดาลใจของเราให้คงอยู่ และพร้อมที่จะทำงานเพื่อก้าวเข้าใกล้เป้าหมายทีละก้าวทีละก้าว ถึงแม้จะช้าแต่ถ้าไม่หยุดเดินวันหนึ่งเราก็จะประสบความสำเร็จ
เป้าหมายที่ดีต้องเอื้อมถึงไม่ใช่ไกลเกินเอื้อม
การตั้งเป้าหมายที่อยากประสบความสำเร็จในเรื่องใดสักเรื่องหนึ่ง เป้าหมายนั้นต้องมีความชัดเจน จับต้องได้วัดผลได้ ที่สำคัญต้องไม่ไกลเกินเอื้อมเกินไป เพราะการตั้งเป้าหมายที่ใหญ่เกินตัวมันส่งผลเสียมากกว่าผลดี ทำให้เราหมดแรงบันดาลใจหมด passion ได้ง่าย และยังส่งผลเสียอื่นๆเช่น
- การจดจ่อต่อเป้าหมายลดลง ถ้าเราตั้งเป้าหมายที่สูง ในช่วงแรกเราอาจจะมีแรงบันดาลใจในการทำ แต่พอผ่านระยะเวลาไปไม่นานเราจะเบื่อ และรู้สึกว่าเป้าหมายมาเป็นเพียงแค่ฝันที่ถูกวาดเอาไว้ไม่มีวันเป็นจริง ความรู้สึกจดจ่อไปกลับการมุ่งไปสู่เป้าหมายก็จะลดลงไปตามระยะเวลา สุดท้ายแล้วความฝันมันก็เป็นแค่ความฝัน
- เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาด หลายคนที่มีความฝัน มีเป้าหมายที่ใหญ่เกินตัว มักจะเร่งตัวเองไปให้ถึงจุดนั้นให้เร็วที่สุด แต่นั่นก็ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ง่าย ยกตัวอย่างให้เห็นชัดก็คือการเทรด แต่คนเข้ามาเป็นเทรดเดอร์ ด้วยเป้าหมายการเป็น Full Time Trader หาเงินวันละ 3,000-4,000 ทุกๆวัน ซึ่งสำหรับมือใหม่แล้วมันเป็นไปได้ยาก การตั้งเป้าหมายแบบนี้ทำให้เราเร่งตัวเองวิ่งให้เร็วที่สุดจนสุดท้ายก็สะดุดล้มนั่นเอง
- รู้สึกหมดไฟ คล้ายๆกับข้อแรก การตั้งเป้าหมายที่ไกลเกินตัวไป เราจะมองไม่เห็นเส้นชัยด้วยซ้ำ ตั้งใจทำไปเท่าไหร่ก็รู้สึกว่าตัวเองอยู่กับที่ หรือก็พัฒนาแค่เพียงเล็กน้อย แบบนี้ก่อนจะถึงเส้นชัยหมดไฟก่อนแน่นอน
การสร้างเป้าหมายในการเทรดที่ทำได้จริงควรเป็นอย่างไร
จากที่ผู้เขียนได้กล่าวมาข้างต้นการสร้างเป้าหมายนั้นไม่ควรง่ายจนเกินไปและก็ไม่ควรยากจนเกินไปรวมถึงเป็นเป้าหมายที่สามารถวัดผลได้ ซึ่งเรามีหลักในการตั้งเป้าหมายในรูปแบบ SMART Goals
SMART Goals
ภาพสรุปความหมาย SMART Goals
SMART Goals เป็นหลักในการตั้งเป้าหมายทั้งในระยะสั้นและระยะยาวที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายประกอบด้วยวิธีการดังนี้
- S (Specific) คือ ความชี้เฉพาะ มีขอบเขตที่แน่นอน
- M (Measurable) คือ สามารถวัดผลได้ออกมาเป็นตัวเลขเชิงสถิติ
- A (Achievable) คือ ความเป็นไปได้ ความสมเหตุสมผลของเป้าหมาย
- R ( Relavant) คือ ความสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว
- T ( Time Based) คือ ขอบเขตระยะเวลา
การตั้งเป้าหมายด้วยหลักการนี้จะช่วยให้เรามีเป้าหมายที่ชัดเจน สามารถวัดผลได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งจะช่วยสร้างแรงจูงใจในการทำเป้าหมายให้สำเร็จต่อไปเรื่อยๆ
ตัวอย่างการตั้งเป้าหมายตามหลัก SMART Goals
- Specific คือ เป็น Full Time Trader ด้วยการเทรดระยะสั้นเทคนิค Day Trading
- Measurable คือ เทรดให้ได้กำไรและมีอัตราการชนะที่ดี
- Achievable คือ สร้างกำไรจากการเทรดให้ได้ 20% และมีอัตราการชนะเกิน 50%
- Relavant คือ เทรดหากำไรเพื่อเป็นอาชีพ
- Time Based คือ ใช้เวลา 1-2 เดือน
วิธีการสร้างเป้าหมายในการเทรดระยะยาว และพิชิตเป้าหมายให้ได้ดั่งใจ
เริ่มต้นสร้างช่วงเวลาในการเรียนรู้
ภาพสรุปการตั้งเป้าในปีแรก
จงอย่าคาดหวังกับการเทรดในตลาด Forex ช่วง 1 ปีแรก จงใช้ช่วงเวลานี้ในการเรียนรู้ตลาด เรียนรู้เทคนิค จิตวิทยา กระบวนการเทรดที่ถูกต้อง และค้นหาท่าไม้ตายที่จะทำให้เราเอาชนะตลาดนี้ได้ ความรู้ลึกและรู้กว้างเกี่ยวกับตลาด Forex ในช่วง 1 ปีแรก จะทำให้เราเติบโตขึ้น รู้จุดอ่อน รู้จุดแข็ง และมีเป้าหมายในการเทรดที่ชัดเจนมากขึ้น 1 ปีแรกสำคัญต่อเรียนรู้มากที่สุดและเพื่อนๆจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
สร้างเป้าหมายตามสไตล์การเทรดของตัวเอง
ภาพสรุปวิธีการตั้งเป้าหมาย
ในช่วง 1 ปีแรกถ้าเรารู้จักตัวเองมากเพียงพอแล้ว เราจะรู้ว่าเรามีสไตล์การเทรดแบบไหน ชอบเทรดสั้นหรือชอบเทรดยาว รับความเสี่ยงได้ในระดับใด เราสามารถที่จะนำความรู้และประสบการณ์ในช่วงระยะเวลา 1 ปีแรกมาสร้างเป็นสไตล์การเทรดและวางเป้าหมายไปพร้อมๆกัน โดยยกตัวอย่างดังนี้
- การเทรดระยะสั้น เป้าหมายคือการเก็บกำไรระยะสั้น ใช้เทคนิคการเทรดแบบ Scalping หรือ Day Trading เริ่มต้นเรียนรู้กลยุทธ์ในสื่อออนไลน์ มีการทำกำไรอย่างน้อยเดือนละ 10% ของเงินทุน กำหนดการวัดผลลัพธ์ทุก ๆ 1 สัปดาห์
- การเทรดระยะยาว เป้าหมายคือการต่อยอดรายได้จากการทำงานประจำ และสร้างผลกำไรเพื่อนำไปลงทุนในส่วนอื่นๆ กลยุทธ์ในการเทรดคือ Swing Trading และ Position Trading เริ่มต้นเรียนรู้จากหนังสือ ออนไลน์ ทำกำไรภายในระยะเวลา 3 ปีให้ได้ 30-50% กำหนดการวัดผลลัพธ์ของการเทรดทุกๆ ไตรมาส
สร้าง Check Point ให้กับเป้าหมายของตัวเอง
ภาพสรุปการมี Check Point
สิ่งสำคัญนอกจากการตั้งเป้าหมายใหญ่ก็คือการมีเป้าหมายยิบย่อยเหมือนกับจุดเช็คพ้อยท์ให้เราได้ยินดีกับความสำเร็จและเรียนรู้จากความผิดพลาดอย่างสม่ำเสมอ การทำแบบนี้ก็เหมือนกับการวิ่งมาราธอน ที่เราจะมีจุดแวะพักให้ดื่มน้ำทุก ๆ 2 กม. เพื่อเป็นการเติมพลัง เช็คสภาพร่างกาย เพื่อให้พร้อมที่จะก้าวสู่เส้นชัยในกิโลเมตรที่ 42 ซึ่งผู้เขียนก็ได้มีการยกตัวอย่างให้เห็นเล็กน้อยแล้วในหัวข้อที่ผ่านมา
- ในกรณีของการเทรดสั้น เพื่อนๆอาจจะมีการตั้งเป้าหมายในการเทรดให้ได้กำไรต่อเดือนอยู่ที่ 10-20% แต่ในระยะเวลา 1 เดือนนั้นเพื่อนๆอาจจะตั้งเป้าหมายสำหรับทุกๆสัปดาห์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจหรือเป็นการเช็คประสิทธิภาพการเทรดของตัวเอง โดยในแต่ละสัปดาห์ขอทำกำไรให้ได้ 2-5%
- ในกรณีของการเทรดยาว เพื่อนๆอาจจะมีการตั้งเป้าหมายในการทำกำไรต่อปีให้ได้ 30 – 50% แต่อาจจะมีการตั้งเป้ากำไรระยะสั้นทุกเดือนอยู่ที่ 5-10%
ตั้งอัตราผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล
ภาพสรุปการตั้งเป้าผลตอบแทน
การตั้งอัตราผลตอบแทนที่เป็นไปได้สมเหตุสมผล ทำให้เรามีความตั้งใจ รู้สึกท้าทายที่จะทำเป้าหมายให้สำเร็จ ถ้าเพื่อนๆได้สังเกต 2 หัวข้อที่ผ่านมา ผู้เขียนยกตัวอย่างการตั้งเป้าหมายเป็นอัตราเปอร์เซ็นต์ที่ไม่สูงมากเกินไปเพื่อให้เกิดความท้าทายในการพิชิตเป้าหมาย และไม่ให้รู้สึกท้อไปเสียก่อน ที่สำคัญถ้าทำได้เกินเป้าหมายที่วางเอาไว้เราก็คงจะรู้สึกดีไม่น้อย แต่ถ้าทำได้ใกล้เคียงกับเป้าก็จะไม่รู้สึกท้อ อย่างน้อยคงรู้สึกว่าเราก็มีการพัฒนาและสามารถพัฒนาได้อีก
ตัวอย่างการตั้งอัตราผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล
- ทำกำไรให้ได้ 5-10% ใน 1 สัปดาห์
- ทำกำไรให้ได้ 30-50% ใน 1 ปี
- ทำกำไรด้วยอัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ 1:2 หรือ 1:3
ตัวอย่างการตั้งอัตราผลตอบแทนที่ไม่สมเหตุสมผล
- ทำกำไรให้ได้ 100% ในทุกๆเดือน
- ทำกำไรในการเทรด 1 ครั้งด้วยอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ 1:10
การตั้งผลตอบแทนที่มากเกินไป ทำให้เป้าหมายนั้นใหญ่ ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสทำได้ แต่ความเป็นไปได้ก็น้อยมากเลยทีเดียว ที่สำคัญอย่าลืมเรื่องความเสี่ยงด้วยนะครับ ผลตอบแทนที่ดีควรมากกว่าความเสี่ยง หรืออย่างน้อยต้องสมดุลกัน
อดทนทำอย่างมีวินัย
ภาพสรุปความอดทน มีวินัย
เมื่อเรามีเป้าหมายการเทรดที่ชัดเจน จงอดทนทำมันอย่างตั้งใจ มีความสม่ำเสมอและมีวินัยในการก้าวเดินไปให้ถึงเป้าหมายนั้น ไม่ไข้วเขวกับความคิดของคนอื่น จดจ่อกับสิ่งที่ทำ ถ้าทำได้ดีในทุกๆวันเท่ากับเราได้ก้าวเข้าใกล้เส้นชัยมากขึ้นเรื่อยๆ
วัดผลเมื่อครบกำหนดเวลา
ภาพสรุปการวัดผลลัพธ์การเทรด
อย่าลืมจดบันทึกสถิติทุกๆการเทรด เพราะตัวเลขเชิงสถิติเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยวัดผลว่าเรามีการพัฒนามากน้อยเพียงใด มีจุดไหนควรปรับปรุง เราควรเปิดดูสถิติการเทรดของเราทุกครั้งเมื่อครบระยะเวลาที่กำหนดไว้
- สำหรับการเทรดสั้นควรเช็คสถิติอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือ เดือนละ 1 ครั้ง
- สำหรับการเทรดยาวควรเช็คสถิติอย่างน้อย 1 เดือนครั้งหรือ 3 เดือนครั้ง
- วัดผลลัพธ์เมื่อครบตามกำหนดเวลาที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรก
- ไม่ควรเช็คสถิติทุกวันหรือในระยะเวลาสั้นไปเมื่อเทียบกับสไตล์การเทรดของตัวเอง เพราะมันอาจไม่มีความแน่นอนที่มากพอ
ยินดีกับชัยชนะเล็ก ๆ
ภาพสรุปข้อดีการยินดีกับชัยชนะเล็ก ๆ
เมื่อเราได้เทรดมาจนถึงจุดเช็คพ้อยท์ที่เราได้วางเอาไว้ และได้มีการวัดผลเชิงสถิติเรียบร้อยแล้ว ถ้าหากว่าผลที่ออกมานั้นเกินเป้าที่วางเอาไว้ ก็อย่าลืมยินดีกับความสำเร็จของตัวเองบ้าง ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงก้าวเล็กๆแต่มันก็เป็นก้าวที่บอกว่าเราเติบโตขึ้นมีประสบการณ์มากขึ้นในการเทรด Forex และยังเป็นการเติมไฟให้เราวิ่งไล่ตามเป้าหมายหลักของเราอีกด้วย
เปรียบเทียบกับคนอื่นบ้างแต่อย่าให้มันมากเกินไป
ภาพสรุปข้อดี ข้อเสีย การเปรียบเทียบ
การเปรียบเทียบเป้าหมายการเทรดของตัวเองกับคนอื่น เป็นสิ่งที่หลายๆคนชอบนำมาพูดถึง ซึ่งการเปรียบเทียบนั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
ข้อดี
- สร้างแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นให้เรามีแรงกระตุ้นที่จะทำตามเป้าหมาย
- ช่วยให้เรามองเห็นข้อผิดพลาดและนำมาพัฒนาตัวเองได้
ข้อเสีย
- ทำให้เรารู้สึกท้อเพราะเห็นกำไรของคนที่ประสบความสำเร็จ
- ทำให้เราวาดฝันที่อาจไม่เป็นจริง
เป้าหมายการเทรดของแต่ละคนแตกต่างกัน ต้นทุนของแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นอย่าเปรียบเทียบกับคนอื่นมากเกินไป ยึดมั่นกับเส้นทางของตัวเองเข้าไว้
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่ม community
ภาพสรุปการมี Community ที่ดี
หลายคนอาจมองว่าการเทรดเป็นอาชีพที่โดดเดี่ยว คุยกับใครได้ยาก แต่จริงๆแล้วการเทรดมีกลุ่มชุมชนที่ดี ทุกคนพร้อมจะซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน อย่ากลัวที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่นๆ การได้พูดคุยกับคนอื่นในวันที่เราเทรดแพ้ ก็ยังมีคนคอยปลอบ ในวันที่เราประสบความสำเร็จเล็กๆน้อยๆตามเป้าหมายตามจุด – เช็คพ้อยท์ก็มีคนคอยให้กำลังใจ
สรุปการตั้งเป้าหมายระยะยาวเพื่อพิชิตและประสบความสำเร็จในการเทรด
สิ่งสำคัญของการตั้งเป้าหมายในการเทรดก็คือ การตั้งเป้าหมายให้มีความท้าทาย และไม่ตั้งให้ใหญ่จนมันเหมือนเป็นเพียงแค่ความฝันที่ไม่เป็นจริง เทรดเดอร์ควรใช้หลัก SMART Goals ในการตั้งเป้าหมายทุกครั้ง เพื่อให้มีขอบเขตทางด้านเวลา และสามารถวัดผลความคืบหน้าได้ สิ่งสำคัญเลยก็คือเราควรปล่อยเป้าหมายใหญ่ให้เล็กลง เป็นเหมือนจุดเช็คพ้อยให้เราคอยเช็คตัวเอง เพื่อให้เราได้ยินดีกับชัยชนะเล็กๆ คงไว้ซึ่งแรงผลักดันที่จะบรรลุเป้าหมายใหญ่ ควรเปรียบเทียบกับเทรดเดอร์คนอื่นในทิศทางที่ดี ถ้าอยากได้ความคิดเห็นที่หลากหลายก็หากลุ่ม community สักกลุ่มเอาไว้พูดคุยเกี่ยวกับการเทรด สุดท้ายแล้วเป้าหมายจะสำเร็จได้ต้องผ่านความอดทนและความมีวินัย












